Journal

ไม่รู้จะพูดไขแถลงยังไงดี...

จะด่าทอหรือใช้คำพูดที่สุดเถื่อนหยาบคายก็ใช่เหตุ (แต่ส่วนลึกด้านมืดของจิตใจก็อยากใช้ เพราะเขาสมควรได้รับ)

ทั้งโทรไปหา call center (1100) ทั้งโทรไปต้นชุมสาย ทั้งแจ้งปัญหาทาง Internet ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ และ Internet ได้มาถึง 3 ครั้งในรอบ 1 เดือนแล้ว และแต่ละครั้งใช้เวลาแก้ 4-5 วัน ซึ่งนั่นก็หมายความว่ารวม ๆ กันแล้วครึ่งเดือนที่ไม่สามารถใช้งานได้ แต่ TOT ก็เก็บเงินค่าบริการเต็ม 100% โทรไปบอกโทรไปถามว่าเป็นแบบนี้มันถูกต้อง มัน fare กับผู้บริโภคหรือไม่ คำตอบที่ได้รับคือ "ค่ะ ทาง TOT จะรีบแก้ปัญหาให้" ...ตอบตรงคำถามไหมนี่ ??? หลีกเลี่ยงตลอด เสียสุขภาพจิตจริง ๆ ต้องโทรไปตาม โทรไปถามทุกวัน ไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว เมื่อไหร่จะแก้ปัญหาได้ ? ปัญหามันจะเกิดขึ้นอีกไหม ? ทำไมมันถึงเกิดขึ้นซ้ำซาก ? ตอบได้ทำเดียว "ค่ะ ทาง TOT จะรีบแก้ปัญหาให้"   ตอบได้แค่นี้เอาเด็กป.4 มาตอบแทนก็ได้ หรืออัดเทปไว้เลย ใครมีปัญหาโทรมาก็ตอบมันไปซะ "ค่ะ ทาง TOT จะรีบแก้ปัญหาให้".....

ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมองค์กรนี้ทำไมถึงได้ให้บริการแย่ ๆ แบบนี้

ก็เห็นมีปัญหาตั้งแต่ผู้บริหาร ถูกย้าย ถูกปลด มันก็คงลงไปถึงพนักงานระดับล่าง ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ทำงานไปวัน ๆ แบบหาเช้ากินค่ำ service mind ไม่ต้องผู้ถึง (เพราะคงไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร) เซ็งจริงโว๊ยยยยยยยยยย !!!!!

 

ทำไมเราต้องเจอปัญหาแบบนี้ด้วย

ใครมีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่ TOT ช่วยมาตอบหน่อยสิ ทำไม ทำไม !!!! ????

 

ดูไปดูมาคำว่า TOT  => คงมาจาก T_T   ใช้ไปน้ำตาตกไป


ขอเรียกว่าเป็น E-Album ละกันครับ

เป็นครั้งแรกที่ลองทำดู แต่ก็ตั้งใจทำแบบสุด ๆ

file อาจจะใหญ่ไปนิดนึง (~38mb) อดทน download กันนิดนึงนะครับ

 

มีให้เลือกสองแบบครับ

1. download จาก attachment ของกระทู้นี้ได้เลย

    download ให้ครบ 2 files ก่อนนะครับ แล้วค่อยระเบิด file แรก

    (เนื่องจาก multiply ให้แค่ 20 mb ต่อ file เลยต้องแยกเป็น 2 files หนะครับ)

2. หรือจาก http://rapidshare.com/files/80972305/Book2007.exe

 

ยังไงรบกวนขอ feedback ด้วยนะครับ นะ นะ...

จะดี จะเลว จะร้ายยังไง ยินดีทุก ๆ คำติ คำชม ในทุก ๆ มุมมอง และทุก ๆ ความคิดเห็นครับ

 

ขอบคุณมาก ๆ ครับ

KPiX

Attachment: Book2007.part1.rar
Attachment: Book2007.part2.rar

เช้าวันนี้ได้เจอบทความดี ๆ บทความหนึ่งในพันทิพย์...

 

เกี่ยวกับการถ่ายภาพนี่แหละ

ตอนแรกได้เห็นหัวข้อ มันดูนักเลงดี * * * ถ า ม จ ริ ง . . !!! คิ ด ว่ า ตั ว เ อ ง ถ่ า ย รู ป ส ว ย เ ห ร อ . . ? * * *

ของคุณ A r t F u l l Y

นึกว่าจะเป็นกระทู้หาเรื่อง   แต่พออ่านไปอ่านมา....อืม มันใช่เลย มันใช่จริง ๆ

มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะคล้ายกับตัวเรามาก ๆ

(ที่คล้ายนี่ไม่ใช่รูปนะครับ เพราะของผมมิอาจเอื้อมจะไปเปรียบเทียบกับใคร หมายถึงแนวความคิด และประสบการณ์ที่คล้าย ๆ กัน)

ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลาย ๆ คน... สำหรับผมก็คนหนึ่ง

 

 

 

อันนี้ของแถม... จากคคห. อันนึง (คคห.ที่ 27) ของคุณ greeny pony

(ลองเข้าไปหาอ่านแบบเต็ม ๆ ดูนะครับ)

"ผมจึงไม่ลบภาพ แม้แต่ภาพเดียว ที่ถ่ายมาได้ ปล่อยให้ภาพทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ"

นึกถึงตัวเองตั้งแต่จับกล้องดิจิตอลในยุคแรก ๆ

พอมีคนมาดูรูป ไม่สวย ไม่ถูกใจ ก็มักจะให้ลบทิ้ง เก็บไว้ทำไม

ผมก็จะบอกกลับไปเสมอว่า "ไม่" จะเก็บเอาไว้

ถาม ณ ตอนนั้นก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม่ไม่ลบทิ้ง

ทั้ง ๆ ที่ภาพมันไม่สวย มันไม่ชัด มันเบลอ

...แต่พอมาอ่าน ข้อความข้างบน

 

อืม... น่าจะเป็นคำตอบที่หาให้กับตัวเองที่หามานาน

 

 

สุดท้าย

ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ คุณ A r t F u l l Y

และคุณ greeny pony สำหรับ คคห.ที่น่าประทับใจ


Blog EntryCanon EOS-1D Mark III in my personal viewJun 18, '07 11:06 AM
for everyone


*** ทุกความคิดเห็นและความเข้าใจในบทความนี้เป็น คคห. และ คขจ. ส่วนตัวของผู้เขียนคนเดียวโดยแท้ ไม่เกี่ยวกับใคร (และใครก็อย่ามาเกี่ยว) และไม่ขอรับผิดรับชอบใด ๆ ถ้าจะมีใครเอาไปอ้างอิง...

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสไปงานเปิดตัว ...
บรรยากาศ & สถานที่ค่อนข้างแปลก ๆ เพราะเป็นงาน outdoor
รู้และเข้าใจเจตนาของทาง canon ที่ต้องการจัดงาน outdoor แต่ !! ดูแล้วหลาย ๆ อย่างไม่เอื้อยอำนวยเท่าไหร่นัก
อากาศที่ค่อนข้างร้อน, เสียงรบกวนจากภายนอก และที่สำคัญคือเรื่องของแสง แสงจากภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
การ present ออกมาไม่ดีนัก ยิ่งบวกกับเครื่องฉายภาพดันเสียอีก !!! ทำให้ต้องใช้เครื่องสำรองที่เล็กกว่า กำลังไฟก็เลยเล็กตามตัว
ทำให้ผู้เข้างานแทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย ตรงนี้น่าเสียดายมาก ๆ
เอาหละ...จะวิจารณ์การจัดงานไปทำไมเนี่ย ???



มีโอกาสได้ใช้งานจริงกับกล้องตัวนี้ มีเรื่องหน้าแตก #@$%">#&%^$%*^@ เกิดขึ้นกับตัวเองจะเล่าให้ฟัง (แฮม....ก็คนมันบ้านนอกหนะ ไอ้กล้อง series ใหญ่ขนาดนี้ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนหนะ :-) )

- ใส่ CF ตรงไหนว่า ? กะจะเอารูปจาก MarkIII มาอวดกัน แต่เอ...ปกติมันจะอยู่ด้านข้างกล้องหนิ !! ลาวจริง ๆ เลยเรา หาไม่เจอ ทำไงดี ? แก้เขินด้วยการกด shutter เลยละกัน
- ต๊กใจ !!! กด shutter ไปทีเดียวทำไมมันลั่นซะ ปั๊ป ๆ ๆๆๆๆ เอานิ้วออกแทบไม่ทัน
โธ๋ ๆๆๆๆๆ ก็มันถูกตั้งให้เป็น continue mode หนิ  10 รูปต่อวินาทีเชียวนะ
- เอาใหม่... อยากคราวนี้ลองปรับ mode ซะหน่อย มันอยู่ตรงไหนอีกเนี่ย !! อะ..ชั่งมัน ปรับรูรับแสง, ปรับ speed ดีกว่า
อยากจะมุดลงดิน, ไม่เอาแล้ว ปรับอะไรไม่เป็นเลย... ช่างมัน คนก่อนปรับอะไร ตรูก็ใช้เดิมเลยนะกัน...ฮาาาาาาาาาาา
- เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกล้องระดับนี้
- จากประสบการณ์แค่ 5 นาทีแรกกับกล้องตัวนี้ ทำให้นึกถึงสัจธรรม "มันดีมาก ๆ ดีทุกอย่าง" แต่ "ตรู...ใช้ไม่เป็น"

หมดเวลา... ไปนั่งดีกว่า เขาจะเริ่มเปิดงานแล้ว (เดี๋ยวเจอกันใหม่เจ้า MarkIII)
ก็เหมือนกับงานเปิดตัวสินค้าทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะเน้นตัวสินค้าว่าดีอย่างไร คุณจะได้อะไรจากสินค้า bra bra bra
สำหรับกล้องตัวนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องความเร็ว (เร็วโครต ๆ , มันจะเร็วไปถึงไหน เร็วไม่เกรงใจใคร) เป็นกล้องสำหรับมืออาชีพ (แต่ไม่เหมาะกับอาชีพของผม)
และ feature ใหม่ ๆ เช่น Live-view และการเชื่อต่อกับอุปกรณ์ที่ออกใหม่(มาพร้อม ๆ กัน) เช่น 16-35 II, 580II
และโดยเฉพาะกับเจ้า WFT-E2 (Wireless File Transmitter) อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว
เพราะสามารถเชื่อต่อกับ computer โอนย้ายส่วยสะโพก file จากกล้องได้โดยตรง
โดยมี protocal ให้เลือก 2 แบบ 1.PTP/IP (อันนี้จะคล้าย ๆ กับ FTP, คนที่จะใช้ต้องมีความรู้เรื่อง computer บ้างนิดหน่อย)
2. HTTP (อันนี้คงจะคุ้นเคยกันดี ก็คือการ connect ผ่าน Browser นั่นเอง, จะใช้งานง่ายกว่าแบบแรก)
แบบแรกเป็น protocal ที่ใช้กันมานานแล้ว แบบที่ 2 นี่เพิ่งจะเคยเห็น :-)
และที่สำคัญเจ้า WFT-E2 ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เด็ด ๆ อีก 2 ตัวก็คือ
- External Storage ผ่าน USB port ซึ่งหมายความว่าเราสามารถหนีข้อจำกัดของความจุของ CF (หรือ SD ไปได้เลย)
  แต่ !!! เรื่องความเร็วของการ transfer ...ตัวเลขนี้ canon ไม่ได้บอกมา และการใช้งานอาจจะเกะกะไปบ้างในการต่อพ่วง
- เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ GPS (...แหม อันนี้เห็น nikon เขาทำมาตั้งนานแย้วววววว... ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นรุ่น D200 มั๊ง)

feature อีกอันนึง ไม่เห็นมีใครพูดถึงเลย (แม้นกระทั่งในงาน) แต่เห็นใน brochure และ spec ใน web มาตลอด
คือการบันทึกเสียง อันนี้อย่าเข้าใจผิดนะ มันไม่ใช่การบันทึกภาพเคลื่อนไหวและมีเสียง เพราะกล้องระดับนี้ไม่ได้เอาคุณสมบัติการบันทึกภาพเคลื่อนไหวเข้ามา
แต่เป็นการบันทึกเสียงธรรมดา ๆ เช่น ถ่ายภาพเสร็จแล้ว อาจจะบันทึกว่าภาพนี้มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ถ่ายที่ไหน หรือถ่ายกับใครอะไรประมาณนี้
พอนึกไปนึกมา feature นี้ไม่ได้เป็น feature ใหม่อะไรเลย เพราะว่าเคยใช้กับกล้อง Kodak Compact เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว !!!

ตอน Live-demo ได้เอา MarkIII เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด มาโชว์ตัวกัน
- EF 16-35 F2.8 L II  USM
- Speedlite 580 EX II และ
- WFT-E2
ดูแล้วหล่อ บึกบีน เท่ห์ โอว.... บาดตาบาดใจเหลือออออเกิน

เสร็จการ present ช่วงแรก... กลับไปหาเจ้า MarkIII กันต่อ
ทีนี้อยากลอง Live-view ดูสิมันทำงานยังไง ?
ลาว....อีกแล้ว มันปรับตรงไหนหว่า (ก็ตอน present เขาไม่ได้บอกนิ)
ยืนบื่ออยู่เกือบ 10 วินาที ลองเข้าไปใน menu สิ
เจอแล้ว !!! พอ set เสร็จ แล้วไงหนะ...กดนู่น กดนี่ wow wow wow มันทำงานแล้ว
แต่ !!! อืม... ไม่ค่อยประทับใจเลยแฮะ
มันก็แสดงภาพที่ LCD ได้หละนะ ไม่รายละเอียดอื่น ๆ ไม่เห็นแสดงเลย (หรือว่าเราไม่รู้ว่ามันแสดงได้...)
คราวนี้ใส่ CF เป็นแล้ว (หลังจากลักจำคนอื่นเขามา) เก็บได้ 2-3 ภาพ
พอดีกว่า...เป็นจะแสดงความเซี่ยวไปมากกว่านี้ hahahaaaaaaaaa.....

ไอ้เร็วมันก็เร็วนะ แต่ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพแบบบ้าน ๆ แบบผมเลย
เหมือนว่าคุณมีรถที่สามารถทำความเร็วได้ 280 Km/Hr
แต่คุณเอามาขับในกรุงเทพ เชื่อแน่ว่าคุณไม่มีทางขับได้เกิด 120 Km/Hr
ต่อให้เอาไปขับ ตจว. ก็ไม่มีทางเกิน 200 (หรือว่าเกินได้หว่า ???)
มันเหมาะเอาไปขับในสนามแข่งมากกว่า ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่สนาม
เหมือนกล้องนี่หละ แน่นอนเราอาจจะบอกว่าสักวันเอาอาจจะได้ใช้คุณสมบัติความเร็วขนาดนี้ของมัน
แต่เชื่อแน่ว่าชั่วชีวิตนี้คุณอาจจะไม่เคยใช้ความเร็วขนาดนี้เลยก็ได้ (เพราะหาสนามแข่งไม่ได้...)

แต่ feature อื่น ๆ (หาอ่านที่อื่นกันเองนะ) ก็ถือได้ว่าได้พัฒนาดีขึ้นอย่างน่าประทับจิตประทับใจ
- เรื่องของ Noise (อันนี้ต้องยกให้ canon เขาหละ, เคยเห็นภาพจริงที่ ISO1600 ต้องอุทาน อื้มหืมมมม ทำไปด้าย)
- เรื่องของการวัดแสง
- เรื่องของอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
- sRAW... นั่นแน่คืออะไร ? มันคือ Small RAW - ปกติทั่ว ๆ ไป RAW file ที่มากับกล้องจะมีแค่ size เดี่ยวที่ Large ที่ MarkIII มีให้กับทุกขนาด file และสามารถ set ให้เป็น sRAW ได้ (RAW ปกติที่ 13 MB, sRAW ที่ 7.6 MB)
- body อันแข็งแกร่งตามแบบฉบับของ series 1D
- กัน(ละออง)น้ำ กันฝุ่น (ก็ตามแบบฉบับของ series 1D อีกเช่นกัน) รวมถึงตัว 580 EX II และ WFT-E2 ด้วย
ดีไปหมดซะหละ...ก็ของเขาดีจริง ๆ

เบื่อละ...พอดีกว่า ไม่รู้จะเล่าอะไรแล้ว

จบ

บางคนอาจจะบอกว่ามันเป็นกล้องไกลเกินฝัน
แต่สำหรับผมอาจจะบอกว่ามันเป็นกล้องไกลเกินความจำเป็น (แต่ถ้าได้มาฟรี ๆ ก็เอา hahhaaaaaa.... บ้าไปแล้วเรา)


ภาพบรรยากาศในงาน (ด้วย 350D สุดที่รักของผม)

 



นึกอย่างไรก็ไม่รู้ หยิบหนังสือเก่า ๆ มาอ่าน
เป็นหนังสือเกี่ยวกับมือถือและกล้องทั่ว ๆ ไป แต่เล่มนี้มีความพิเศษมาก ๆ สำหรับผม... (เก็บไว้ในใจคนเดียว )

เข้าเรื่องดีกว่า มีบทความนึงพูดถึงการแต่งรูปให้ดูโบราณด้วย PS น่าสนใจดีครับ ดูวิธีง่ายดี ก็เลยอยากแบ่งปันกับท่านอื่นที่สนใจครับ

ก่อนอื่นต้องขอให้ credit กับหนังสือและผู้เขียนก่อนเลย

จากหนังสือ on Mobile and Camera เดือนธันวาคม 2005

เขียนโดย M style

ผมคงต้องขออนุญาตดัดแปลงเล็กน้อยตามความเหมาะสม... ลองดู output ก่อนเลยครับ

เอาหละเริ่มกันเลย...

1. ==> ก่อนอื่นก็คงต้องเลือกรูปที่เหมาะสมก่อน, จะย่อ, จะ unshape, จะ level จะ ฯลฯ ก็ว่ากันไป

2. ==> ไปที่เมนูบาร์ เลือก Image > Mode > Grayscale

3. ==> Image > Mode > Duotone...

          Click ไปแต่ละสี โดยให้

               - Ink1 เป็น #E0A800 (H:45 S:100 B:88)

               - Ink2 เป็น #6F5417 (H:42 S:80 B:44)

4. ==> Image > Mode > RGB color

5. ==> Filter > Noise > Add Noise...

           Amount: 5%, Distribution เลือก Gaussian, tick Monochromatic

6. ==> Duplicate layer

7. ==> Filter > Texture > Grain...

           ปรับ Intensity ~40, Contrast = 0, Grain Type เป็น Vertical

8. ==> layer blending เป็น Linear Light (หรือ Pin Light), Opacity ~70% (หรือปรับเปลี่ยนตามความเหาะสม)

9.==> จบแย้วววววววว

BEFORE

AFTER

หมายเหตุ: ได้ทำเป็น Action แล้ว, ตั้งใจจะให้คนอื่น copy ไปใช้    แต่ !!! Save มาเป็น file ไม่เป็น ??? ใครทราบก็รบกวนช่วยชี้แนะครับ


Blog EntryPS-PlugIn สวย ๆ มาบอก :-)Nov 13, '06 6:22 AM
for everyone
ต้องขออภัยที่ลืมที่มาที่ไป ต้นตออยู่ที่ CanonClub ที่ pantip ครับ กลับไปหาเจ้าของกระทู้ไม่เจอซะแล้ว

เอาหละครับลองดูที่ PanosFX หลายท่านคงอาจจะเคยรู้เคยทราบมาแล้ว (ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร-หน้าแตกบ่อยจริง ๆ ) แต่สำหรับกระผมเพิ่งทราบ และเห็นว่ามันดูดี ก็เลยเอามาบอกต่อสำหรับท่านที่ยังไม่ทราบ   มี free downloads เยอะดี (ของฟรีและดีก็มีในโลก  )

 

รูปตัวอย่างผมใช้ "B & Big Picture" เป็นดังตัวอย่างรูปครับ

(บังเอิญ dump-screen เก็บไว้ทัน )

 

(ภาพนี้เคยถูกตีพิมพ์ด้วยนะจะ.... จาบอกห้ายยยยย )
 
 
 
(ภาพเก่ามาเล่าใหม่)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 

 


Blog EntryWhat's going on, Thailand ?Sep 19, '06 9:23 PM
for everyone

 

เช้าของวันที่ 20/09/2006 มีโทรศัพท์จากหัวหน้า " รู้รึยัง ? "   " วันนี้ยังไม่ต้องไปทำงาน "

.... อืม อีกครั้งแล้วเหรอประเทศของเรา ประเทศไทย   " ปฏิวัติ "

 

ขอให้พระเจ้าอยู่หัวของเรา ของคนไทยทุกคน ขอให้ท่านปลอดภัย

ท่านเหนื่อยมามากแล้วสำหรับเรา...


Blog EntryFirst touch : i love u, 400DSep 17, '06 8:00 AM
for everyone

ไม่ได้ซื้อเองหนะ อย่าเข้าใจผิด

พาน้องชายไปซื้อมา เจ้าของร้านบอกว่าเป็นเจ้าแรกที่โทรไปจอง แต่เป็นเจ้าที่ 4 ที่มาซื้อ

ก็ต้องบอกว่าประทับใจที(หลาย)เดียวกับ feature ใหม่ ๆ ก็ตาม ๆ ที่เขาโฆษณากันนั่นแหละ

สัมผัสแรกที่ได้กด shutter .... Oh !!! my God ทำมันเสียงมันนุ่นชวนฝันขนาดนี้ ..... (ver ซะ)

... ได้ลองทดสอบแบบฉาบฉวย หรือแบบมั่ว ๆ ลองดูกันซะหน่อย

สิ่งที่ขาดไม่ได้ Back focus testing

 

 

 

 

 

เท่าที่เวลา และสมองจะมี

ไหนลอง picture style (ที่พบได้ในกล้องรุ่นพี่) สักกะหน่อยกะนางแบบกิติมศักดิ์ของเรา

jooob joooooob

ฉากหลังจะดู over ไปหน่อย

ก็จะลองแบบนี้ใครจะทำไม เฮ๊ก ๆๆๆๆๆ

 

มีอีกหลายอย่างโดยเฉพาะเกี่ยวกับ LCD, และระบบทำความสะอาด CCD

 

 

 

ถ้าถามถึงราคา....   เป็นของหิ้วนะ ถูกมั๊กมากกกกกกก

สรุป... ใช้ 350D ของเราต่อไปดีกว่า ... งง สิ งง จะงงอาราย ก็มีใช้อยู่แล้ว ของก็ดีอยู่แล้วจะไขว่ขว้าของใหม่ไปทำไม...  

จงพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีและเป็นอยู่

 


Blog EntryAlbum book of JK : LoveAholicAug 3, '06 6:43 AM
for everyone

Blog Entrythe small church in the little townAug 1, '06 10:50 AM
for everyone

 "Wat Pleng", Catholic Church. Wat Pleng (abt 120 km. from BK) is the home town of my dad. When I was young, my family went to visit my grand-mom almost every month. After she passed away (so many years ago), I went back to Wat Pleng only 2-3 times. I love you, I miss you, my grand-mom.


ไหน ใครอยากเห็นบ้าง   

ไว้มีเวลาจะรวบรวมมาให้ดู


Blog Entryชอบพลุวันไหน ?Jul 3, '06 11:59 AM
for everyone
ชอบพลุวันไหนมากที่สุด ?
*** ไม่ได้ถามว่าวันไหนสวยสุดนะ แต่ถามว่าชอบวันไหนมากที่สุด ***
   

หลังจากที่เทศกาลจุดพลุผ่านพ้นไป
ก็เลยอยากรู้ว่าใครชอบพลุวันไหนมากที่สุด
ลอง ๆ ดูกันหน่อยสิ  
ใครเข้ามา vote มีรางวัลให้ (...อืม...ให้อารายดีหว่า ????  )



Blog EntryLOMO Style, what's that ?May 17, '06 12:22 AM
for everyone

มีการพูดถึงการถ่ายลักษณะนึงที่เรียกว่า "LOMO" ตาม web กล้อง/ภาพ

ตอนแรก ๆ ดู ๆ ไปก็งั้น ๆ ไม่เห็นน่าสนใจ ภาพก็แปลก ๆ ไม่เห็นสวยเลย แต่พอได้อ่าน ได้ศึกษามากขึ้น เออออ...มันก็เป็นศิลปะอีกแบบ ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี ภาพจะออกมาในแนว abstract ดี

อยากได้รายละเอียดต้องนี้เลย http://www.lomothai.com/

ส่วนรูปตัวอย่างลองดูที่ http://www.2how.com/gallery/index.php?group=8

อันเนื่องมาจากความอยากรู้อยากเห็นอยากลอง กล้อง LOMO ก็ไม่มี อุปกรณ์ใด ๆ ที่ใช้ถ่ายภาพแบบ LOMO ก็ไม่มี มีแต่ PS พอช่วยท่านได้

ไปได้ action ไว้ทำ LOMO แบบฟลุ๊ก ๆ http://www.webbimemo.com/download/LomoizeV2.zip

ลองทำดู เอออออ พอใช้ได้หนะ



ขออนุญาตหยิบยืมข้อความจาก นสพ. ฐานเศรษฐกิจ (ปีที่ 26 ฉบับที่ 2, 111 วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2549) มาแบ่งปันกัน จะได้เห็นมุมมองอีกมุมมองนึงของผู้ใหญ่บ้านเมือง ในเรื่องนี้...

"ศึกแย่งตัวโปรแกรมเมอร์ข้ามค่าย เอกชนโวยปัญหาแรงงานไทยขาดตลาด-คุณภาพ ฉุดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยไล่ตามชาวบ้านไม่ทัน ATSI แนะชี้งานนี้ต้องอาศัยความร่วมมือแก้ปัญหาทุกฝ่ายทั้งรัฐเอกชน สถาบันการศึกษา ขณะที่บริษัทซอฟต์แวร์ไทยหวั่นกระทบระยะยาว โปรแกรมเมอร์ไทยเป็นได้แค่มนุษย์เงินเดือน ขาดการค้นคิดนวัตกรรมใหม่"

อ่านตอนแรก...เออ ใช่ เห็นด้วย แต่พออ่านไปเรื่อย ๆ ชักไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะดูเหมือนกับว่าเราไปฝากความหวังไว้กับ PGM อย่างเดียว คิดว่าถ้าเรามีการจัดการที่ดี ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาสักเท่าไหร่...(รึเปล่า ???)    แต่พออ่านต่อไปอีก....

"ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่บริษัทซอฟต์แวร์เกือบทุกแห่งต้องประสบ ที่ผ่านมาบริษัทจ้างบุคลากรเข้ามามีการฝึกทักษะให้ แต่อยู่ได้ 2 ปี ก็ถูกผู้ผลิต หรือธนาคารดึงตัวไป" และ

"ขณะที่บุคลากรที่รับเข้ามาต้องพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อรองรับกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งพวกนี้อยู่กับบริษัท 1-2 ปี ก็ลาออกไปทำงานบริษัทใหญ่กว่า ในขณะที่บางบริษัทเริ่มหันมาจ้างบุคลากรจากอินเดีย ซึ่งมีค่าแรงถูกกว่า ผลงานดีกว่าและความรับผิดชอบสูงกว่าเข้ามา"

และสุดท้าย... อ่านแล้วสะอึกเหมือนกัน...

"สมาคม(สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย-ICT)อยู่ระหว่างการจัดทำโครงสร้างเงินเดือนของบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เพราะที่ผ่านมามีโครงสร้างเงินเดือนเกินจริง"

....ทั้งหมด อ่านดูแล้วก็เข้าใจและรับทราบถึงปัญหานี้จริง ๆ อย่างช่วงหลัง ๆ มีเด็กใหม่เข้ามาไวและไปไวมาก แต่ก่อนเคยคิดว่าอยากไปก็ไป ไม่อยากอยู่ก็ไม่ต้องอยู่ แน่นอนเรื่องเงิน(ค่าจ้าง)เป็น factor ที่สำคัญที่สุดตัวนึงในการที่จะอยู่หรือจะไป แต่ถ้าคิดอีกด้านนึงเรื่องความต่อเนื่องของการพัฒนา "มันกระทบจริง ๆ แฮะ"....

 

 

 

 


Gold Account


 


 
SawasdeeMultiply

 
Alliance
 
 
 
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design - Copyright © 2005 Chris Vincent All rights reserved.